ข่าวและบทความ บทความทั่วไป "ส่องทาง" จุดเริ่มต้น และแม่แบบทาง"ปฎิบัติ"ของ Communication Arts in ABAC

เมื่อเอแบคได้เติบโตมาครบรอบ 40 ปี พร้อมทั้งการจบของบัณฑิต "ส่องทาง" มาร่วม 27 รุ่น ประกอบกับการเปิดตัวของทีวีดาวเทียม "ABAC Channel" ด้วยงบลงทุนกว่า 800 ล้านบาทสำหรับห้องส่ง และเครื่องไม้ เครื่องมือต่าง ๆ ในคณะนิเทศศาสตร์ หรือ School of Communication Arts in ABAC ทำให้อดไม่ได้ที่จะแวะเข้าไปดูว่า ในคณะนี้มีอะไรบ้างที่เป็นสิ่งดึงดูด และน่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการศึกษา"ทฤษฎี"ควบคู่"ปฏิบัติ"ในด้านนี้เพื่อไปใช้ในการประกอบอาชีพหลัก...


แรกเริ่มที่ต้องดู คือ Vision หรือวิสัยทัศน์ของคณะ Albert Laurence School of Communication Arts นี้ มีอยู่ 3 ประการ คือ
1.a community of professionals in the field of communication arts : เป็นชุมชนที่เป็นมืออาชีพด้านการสื่อสาร
2.inspired through the pursuit of learning through service : เป็นจุดริเริ่มในการสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านการเรียนรู้ในการบริการ
3.engaged in the pursuit of excellence : เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องก้บการแสวงหาความเป็นเลิศ

โดยบัณฑิตที่จบในคณะนี้ หลังจากจบแล้ว คาดหวังว่าจะมีคุณสมบัติ Competency ดังนี้
1.creative thinking with high personal integrity : มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ และเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์สูง
2.professionally competent who are also ethically sound and socially responsible : เป็นมืออาชีพที่มีจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม
3.flexible to the changes in the communication industry : มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของแวดวงการสื่อสาร

Mission : เป้าหมายของคณะนี้ คือ การบริการชุมชนด้วยการประยุกต์การสื่อสารอย่างมีหลักจริยธรรม เพื่อสร้างสังคมที่ดีกว่า ผ่านทางข้อมูลสื่อสารต่าง ๆ
(Albert Laurence School of Communication Arts serves the nation and community through the application of communication with emphasis on ethical principles to create a better society through information.

สโลแกน : Slogan : Communication with "Perspectives"

alt
1. Department of Advertising : สาขาวิชาการโฆษณา
สำหรับคนที่สนใจจะเป็น Advertising Account Executive, Advertising Copywriter, Advertising Media Planner, Advertising Strategic Planner, และ Advertising Production Crew เป็นต้น
2. Department of New Media Communication : สาขาวิชาการสื่อสารผ่านสื่อใหม่
เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือ ตลอดจนเทคโนโลยี่ อุปกรณ์เพื่อการสื่อสารที่ทันสมัย เช่น SLR digital camera, digital video camera, non-linear editing station, และ sound lab เป็นต้น สำหรับคนที่สนใจเป็น producers, film directors, production crew, และ web and interactive designers.
3.Department of Performance Communication : สาขาวิชาการสื่อสารการแสดง
สำหรับคนที่รักการสร้างสรรค์การแสดง เพื่อช่วยสร้างสีสันของการสื่อสารในเชิงกลยุทธ์ เป็นผู้โดดเด่นอยู่เบื้องหน้า เช่น นักแสดง พิธีกร DJ, VJ, และผู้ควบคุมการแสดงอยู่เบื้องหลัง เช่น event and fashion organizer, theater producer, script writer, costume and make-up stylist, stage and event production, event coordinator, and performance designers หรือผู้ออกแบบการแสดง.
4. Department of Public Relations : สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์
เป็นผู้ที่รักจะทำการสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับคนกลุ่มต่าง ๆ ประชาสัมพันธ์เพื่อการตลาดและการสร้างภาพลักษณ์องค์กร อาชีพที่จะเป็น คือ นักประชาสัมพันธ์ Public Relations Executive, Media Relations, Government Relations, Customer Relations, Strategic Communication Consultant, Corporate Affairs, Public Affairs, และ Image Consultant เป็นต้น

alt
จะสังเกตได้ว่า ไม่มีสาขาวิชา"สื่อสิ่งพิมพ์ หรือวารสารศาสตร์" เช่นหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสารเลย แต่กลุ่มคนที่รักการเขียนเหล่านั้นเช่น คนที่ทำ AU Press หรือ Songthang กลับถูกจัดให้ไปอยู่ทางด้านภาษาศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ญี่ปุ่นแทน ซึ่งส่วนใหญ่จะไปทำงานเป็นนักเขียน นักแปล อยู่หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ หรือตามบริษัทต่าง ๆ

เกริ่นมาเสียยาวในการแนะนำคณะนิเทศฯ ของเอแบค ขอวกกลับมาสู่หัวข้อหลักของบทความนี้ว่า "ส่องทาง" เป็น"แม่แบบ"อย่างไรบ้าง ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่มี "ปริญญา"หรือนักศ๊กษาจากคณะนิเทศศาสตร์มาร่วมชมรมเลย...

alt
....ดูจากสิ่งพิมพ์ "จุลสารส่องทาง" ที่ออกมาติดต่อกันร่วม 100 กว่าเล่ม
....ดูจากปรัชญา เป้าหมาย สโลแกน และวัตถุประสงค์ของคณะนิเทศศาสตร์ มีความคล้ายคลึง และเหมือนของ "ส่องทาง" ที่เขียนไว้ก่อนหน้านั้นอย่างมาก
....ดูจากภาพถ่าย และวีดีโอ ในกิจกรรมของ "ส่องทาง" ที่มีมากมาย แทบนับไม่ถ้วน
....ดูจากกิจกรรมเพื่อสังคมที่เราได้ทำให้กับ "องค์กรภายนอก" ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา
....ดูจาก เพลง "ส่องทาง" มากกว่า 30 เพลง ที่ถูกแต่งออกมา และยังเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลาย แม้เวลาผ่านไปหลายสิบปี
....ดูจากคุณภาพ ผลงาน และ"ความคิดสร้างสรรค์"ของคน "ส่องทาง" ในแวดวงธุรกิจ โดยเฉพาะเครือข่ายคนของเรามีอยู่ในทุก ๆ วงการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ "สื่อ" อย่างครบวงจร
....ดูจากสื่อ"งานเขียน" "วีดีโอ"การแสดงละครต่าง ๆ ที่มีแพร่หลายมากมายในเวป บล็อคส่วนตัว หรือแม้แต่ในยูทูบของชาวส่องทางหลาย ๆ คน
....ดูจากการแนะนำ และ"สัมภาษณ์" บุคลากรในเอแบคที่เราทำมาตลอดร่วม 30 ปี รวมทั้งดารา นักร้องที่กำลังศึกษาอยู่ในขณะนั้น หรือจบการศึกษาไปแล้ว
.... ฯ ล ฯ
alt
เพียงแต่เราจะย้อนกลับมาหาจุดของ "ตัวเอง" ที่เราแต่ละคนสนใจ มี Passion และอยากทำด้วย"ใจรัก" ไม่ใช่การบังคับด้วยเกรด คะแนน ค่านิยมสังคม หรือเพียงแต่เราจะเริ่มคิดอย่างจริงจังในการต่อยอดพัฒนาความสามารถที่เราได้ทำไว้ตอนทำกิจกรรมกับ "ส่องทาง" มาเป็น "มืออาชีพ" อย่างแท้จริง ไม่ใช่แต่เพียงทำอาชีพที่ตัวเองได้เรียนจบมาเป็นอาชีพหลักแต่เพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ถูกละเลยมาตลอดของ "ส่องทาง" ที่ดูเหมือนจะเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมอย่าง "จุลสารส่องทาง" แม้ว่าจะดูเหมือนถูกพัฒนาขึ้นมากมายในแง่รูปเล่ม เนื้อหา แต่ขาดการพัฒนาบุคลากรเพื่อต่อยอด และสืบทอดเจตนารมณ์ให้สิ่งพิมพ์นี้อยู่คู่เอแบคตลอดไป คงเป็นเพราะทัศนคติของพี่รุ่นก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะฝ่ายบริหารเองก็ดี ฝ่ายสิ่งพิมพ์จุลสารเองก็ดี เป็นเพียงแค่ทีมงานที่มาร่วมกันทำกันแค่"ปีเดียว" และไม่มีเวทีสำหรับต่อยอดประสบการณ์ที่มีอยู่ในโลกธุรกิจด้านนี้จริง ๆ หรือแม้แต่ในระบบขั้นการให้คำแนะนำที่เรียกว่า โอเว่อร์เองก็ดี แอ๊ดไวเซอร์เองก็ดี ก็เป็นอุปสรรคทำให้พี่ ๆ น้อง ๆ มาสร้างสัมพันธ์ สนุกสนานกันเพียงอย่างเดียว แต่ขาดการลงลึกในรายละเอียดของเนื้องานของสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ ไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ เมื่อมาถึงกระแสที่เปลี่ยนไปของสังคมภายนอกที่ต้องบังคับให้เราต้องปรับตัวผ่านทางนโยบายของมหาวิทยาลัยที่จะให้ขยายรูปเล่มเป็น "นิตยสาร" ทำให้เรื่องทุน กลับกลายมาเป็นปัญหาหลักอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เราไม่สามารถก้าวต่อไปอย่างเจตนารมณ์ตามวัตถุประสงค์เดิมข้อแรกที่ได้วางไว้เมื่อตั้งหน่วยงานส่องทางขึ้นมา ดูเหมือนว่าเรากำลังมาถึงทางแยกที่จะต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อไปในอนาคตว่า จะกลับไปทำและพัฒนาสื่อเดิม เช่น จุลสาร เป็นนิตยสาร หรือเน้นไปยัง "สื่อใหม่" ทางด้านการใช้อุปกรณ์ทางการสื่อสารใหม่ ๆ ที่ทันสมัย หรือแม้แต่ด้านการสื่อสารการแสดงก็ดี ประชาสัมพันธ์ก็ดี ก็เป็นสิ่งที่ท้าทาย น่าเรียนรู้ แต่เราอาจจะไม่สามารถหวนกลับไปในจุดเดิมที่เป็นอยู่ในฐานะ "นักข่าว"ในสื่อสิ่งพิมพ์อีกก็เป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้งนี้ให้เรามาระดมสมอง ร่วมแสดงความคิดเห็นกันในวันประชุมใหญ๋เรื่อง นโยบาย และแนวทางการดำเนินการต่อไปของส่องทางในเย็นวันนี้โดยพร้อมเพรียงกันครับ

Copyright © 2010 Songthang.com | For Wider Perception. All Rights Reserved.
ping test