"กระแสนิวมีเดีย"ในรอบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสื่อดิจิตอลในส่วน
"ทีวีดาวเทียม" ดูเหมือนกำลังจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง และได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างยิ่ง เหตุผลสำคัญเป็นเพราะว่า...
1.ลงทุนต่ำกว่าฟรีทีวี
2.โฆษณาได้ชั่วโมงละ 10 นาที
3.ไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือน
4.ยังไม่มีกฎหมายควบคุม
5.คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการคมนาคมแห่งชาติ(กสกช.)ยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง
จากเหตุผลข้างต้น ทำให้ ณ เวลานี้ จึงมีผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายเล็ก ไม่เว้นแม้เอแบค ต่างโดดเข้ามาจับจองสื่อใหม่ซึ่งเข้ากับยุคสมัยไฮเทคที่สามารถเข้าถึงครัวเรือนกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง.. ด้วยเหตุที่ "ร่างพรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ..." กำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา ตรงนี้เอง จึงกล่าวได้ว่าเป็น "สูญญากาศ" ทางการตลาด และเป็น"โอกาสทางธุรกิจ" ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจใช้เป็นช่องทางการ "สื่อสาร" ไปยังผู้บริโภคถึงบ้าน โดย "เนื้อหา" รายการไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจาก กบว. แต่อย่างใด!!
การเติบโตอย่างรวดเร็วของทีวีดาวเทียมดึงดูดให้ต่างชาติรุกเข้ามา โดยแหล่งข่าวจากผู้บริการสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ช่วงปลายปี ๒๕๔๙ ได้มีเจ้าหน้าที่ ด้านการขายช่องสัญญาณของดาวเทียมสัญชาติ"รัสเซีย" มาเจรจาต่อรองผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของไทยหลายสถานี เพื่อเสนอเช่าช่องสัญญาณเป็นรายเดือนที่ราคาค่าเช่า "ถูกกว่า"ของ "ไทยคม" ซึ่งหากจะยิงสัญญาณจากประเทศไทยจะต้องมีใบอนุญาติจากกรมประชาสัมพันธ์เสียก่อน แต่หากเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมดังกล่าว ไม่ต้องมีใบอนุญาต และสามารถยิงสัญญาณได้ "ทุกเนื้อหารายการ" โดยไม่ต้องควบคุม ซึ่งหากพิจารณาเรื่องศักยภาพการส่งสัญญาณแล้ว ดาวเทียมดังกล่าวอยู่ในวงโคจรที่ใกล้เคียงกับของไทยคม และขณะนี้ก็ลอยอยู่เหนือ "ประเทศไทย" ซึ่งสามารถออกอากาศ "ครอบคลุม 20 กว่าประเทศ" เหมือนการยิงสัญญาณจากดาวเทียมดวงอื่น ๆ
"ขณะที่สถานโทรทัศน์ดาวเทียมประเทศไทย ที่กรมประชาสัมพันธ์ระบุว่า เป็นการดำเนินธุรกิจซึ่งอาจผิดกฎหมายนั้น อาจเป็นการเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาหาประโยชน์ในส่วนนี้ และภ้าผู้ดำเนินการกิจการสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมของไทยหันไปใช้ดาวเทียมของต่างชาติ ซึ่งไม่สนใจเรื่องการตรวจสอบเนื้อหารายการ ก็อาจส่งผลกระทบกับสังคมไทยส่วนใหญ่ ที่ความจริงแล้วภาครัฐน่าจะใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ เพราะโทรทัศน์ คือ สื่อชนิดเดียวที่เข้าถึงประชาชนกว่า 99% จากทั้งประเทศ ให้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาสังคม และครอบครัว"
วิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง สื่อทีวีดาวเทียมไฮเทค
แม้ว่าสื่อทีวีดาวเทียมจะได้เปรียบฟรีทีวีอยู่มาก แต่ก็มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบหลายประการในเวลาเดียวกัน กล่าวคือ.. จุดอ่อนที่เห็นได้ชัดเจน คือ รายการไม่ค่อยจะมีคุณภาพ เนื่องจารถกผู้ประกอบการไม่เน้นการลงทุนเพื่อสร้างคุณภาพให้รายการ อาจจะเป็นเพราะว่า ไม่สามารถหารายได้ที่คุ้มทุน แม้จะเปิดให้ขายโฆษณาได้ ๖ นาทีก็ตาม
แต่ถ้าจะบอกว่า "ธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียม" ณ วันนี้ เป็นแค่จุดเริ่มต้นของกระแส "นิวส์มีเดีย" ก็คงจะไม่ผิดนัก ไม่เช่นนั้น ผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น เวิร์คพอยท์, แกรมมี่, อาร์เอส, กันตนา, เจเอสแอล, ฯลฯ คงไม่เดินหน้าชิมลางไปก่อนหน้านี้ ที่สำคัญบริษัทใหญ่ย่อมได้เปรียบด้านเงินลงทุน เพียวแต่รอจังหวะเหมาะสมในการรุกตลาดเท่านั้น ข้อได้เปรียบของทีวีดาวเทียมที่ดูเหมือนผผู้ประกอบการจะชอบ คือ ไม่มี กบว.ควบคุม ทำให้ผู้ผลิตรายการมีอิสระในการทำรายการ ประกอบกับเวลาที่มีไม่จำกัด สามารถจะออกอากาศซ้ำ หรือ re-runได้อีก อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบเม็ดเงินลงทุนระหว่างฟรีทีวี กับทีวีดาวเทียมกล่าวได้ว่า มีความแตกต่างกันอย่างมาก เพราะปัจจุบัน ถ้าจะเปิดช่องทีวีดาวเทียมขึ้นมาสัก ๑ ช่อง จะใช้เงินลงทุนประมาณ ๓๐-๔๐ ล้านเท่านั้นเนื่องจากตัวอุปกรณ์ทั้งฮาร์ตแวร์ และซอฟ์ทแวร์มีราคาถูกกว่าระบบฟรีทีวี อีกทั้งสถานีออกอากาศก็ใช้พื้นที่ในการดำเนินการเล็กกว่าฟรีทีวี ทำให้ต้นทุนต่าง ๆ จึงเทียบกันไม่ได้
ขอขอบคุณบทความจากนิตยสาร Business+ และนสพ.in network
Posted by PR Songthang
ก.พ. 18, 2010
แก้ไขล่าสุด:
มี.ค. 19, 2010