แบบฟอร์มสมาชิก

ปฏิทินส่องทาง

March 2010
S M T W T F S
28 1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31 1 2 3

Pageview Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday45
mod_vvisit_counterYesterday300
mod_vvisit_counterThis week1906
mod_vvisit_counterLast week2835
mod_vvisit_counterThis month6401
mod_vvisit_counterLast month11043
mod_vvisit_counterAll days22033

We have: 1 guests, 2 bots online
Your IP: 38.107.191.88
 , 
Today: มี.ค. 19, 2010
You're settling for good when there's awesome.  Upgrade to Firefox 3.6!

ราคาน้ำมันวันนี้

ขอความร่วมมือในการสมัครสมาชิกเว็บไซต์ให้ใส่ชื่อ นามสกุลจริงเป็นภาษาไทย ชื่อเล่น ตำแหน่งและรุ่นที่ถูกต้องนะครับ หากลงที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ได้จะยิ่งดีครับ ขอไม่ให้ใส่ฉายาหรือ Screen name นะครับ หากใครใส่ไปแล้ว แก้ไขที่หน้าโปรไฟล์ของตัวเองได้เลยครับ

   

วิธีการสมัคร อ่านได้ที่นี่



ชมรมส่องทาง | For Wider Perception
ละครเวที “CAFFE∙ine∙LOVE” PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Songthang PR   
วันอังคารที่ 16 มีนาคม 2010 เวลา 16:12 น.
alt
ละครเวที นิเทศเอแบคประจำปีนี้เสนอ เรื่อง “CAFFE∙ine∙LOVE” เมื่อความแตกต่างบนความหลากหลายมารวมกัน ก่อให้เกิดความรักและเรื่องราววุ่นๆของหญิงสาวผู้ตามหารักแท้ เรื่องราวเกิดขึ้น ณ ร้านกาแฟที่เธอนั่งเป็นประจำ ความลับของเธอบังเอิญถูกเปิดเผย เมื่อชายสามคนที่เธอคบพร้อมกัน กลับกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสามมีบุคลิกและอาชีพที่แตกต่าง สิ่งที่พวกเขาเหมือนกันคือต้องการเปลี่ยนคนรักให้เป็นแบบที่เขาหวังไว้ เมื่องสามรู้ว่าคนรักของพวกเขาคือคนเดียวกัน พวกเขาจึงพยายามแย่งหญิงสาวมาครอบครองเป็นเหตุให้หญิงสาวกำหนดเงื่อนไขให้พวกเขาพิสูจน์ตัวเองใครจะรู้ว่ายังมีชายหนุ่มเจ้าของร้านกาแฟอีกคนที่แอบมองและคอยสังเกตการณ์อยู่เงียบๆเขาจะเป็นคนช่วยไขปริศนาความรักที่แสนจะชุลมุนในครั้งนี้ได้หรือไม่ เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป จะ สนุกสนานแค่ไหนต้องสัมผัสด้วยตัวคุณเอง ง่ายๆสั้นๆ “ดูก่อนสนุกก่อน”

alt
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม 2010 เวลา 00:37 น.
 
ขอน้อมนำพระบรมราโชวาทสู่แนวทาง"ส่องทาง" เพื่อความรู้"ทางจิตใจ"ไปสู่"สังคม" PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ส่องทาง ส่องใจ   
วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 10:49 น.

"...ความรู้นีหมายถึง "ทางวัตถุ" เพราะว่าคนเราก็ต้องการที่จะมีวิชาความรู้ เพื่อที่จะทำมาหากิน เลี้ยงชีพตัวเองเป็นสำคัญ ในเวลาเดียวกัน ความรู้ทางวัตถุนั้น ก็ต้องประสานด้วยความรู้ "ทางจิตใจ" หมายถึงวิธีที่จะคุ้มกันป้องกันร่างกายของตัวคือ วัตถุต่อสิ่งที่ไม่เป็นวัตถุ ต่อนามธรรมที่เป็น"จิตใจ" คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ความกระหายอำนาจ ก็เป็นสิ่งที่ยากที่จะควบคุม เราจะต้องสอนทั้งสองอย่าง สอนวิทยาการเพื่อให้ทำมาหาเลี้ยงชีพ และต้องรู้จักควบคุมจิตใจ ควบคุม"สติ"ของตัวให้สามารถใช้ "ความรู้ทางวัตถุ" เพื่อประโยชน์ของ"ตัวเอง" ซึ่งก็รวมอยู่ที่ประโยชน์ของ"สังคม"ด้วย ถ้าไม่รู้จักที่จะควบคุมความรู้ที่มีทางวัตถุ ก็อาจเกิดความเดือดร้อนต่อผู้อื่น ในที่สุด ก็เป็นความเดือดร้อนต่อตนเอง..."

พระบรมราโชวาท ในโอกาสที่สถาบัน และองค์การที่เกี่ยวกับศาสนาเข้าเฝ้า ฯ ถวายพระพรชัยมงคล และทูลเกล้าฯ ถวายสิ่งของ เนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา วันพุธที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๑

"ความซื่อสัตย์สุจริต เป็นพื้นฐานของความดีทุกอย่าง.." พระบรมราโชวาท พระราชทาน เพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็ก ปีพ.ศ. ๒๕๓๑ พระตำหนักจิตลดารโหฐาน วันที่ ๑๘ พ.ย.พ.ศ. ๒๕๓๐


เมื่อได้อ่านพระบรมราโชวาทของพระองค์ท่านแล้ว ทำให้นึกไปถึงช่วงเวลาสั้น ๆ เพียง 4 ถึง 8 ปีในฐานะนักศึกษาในสถาบันการศึกษาแห่งนี้ ช่างเป็นเวลาที่ท้าทาย และแสวงหาสำหรับคนหนุ่มสาวทุกยุค ทุกสมัย แม้กระแสสังคมจะแปรผันไปตามกาลเวลาในแต่ละสมัย เป็นเวลาร่วม 30 ปีที่"ส่องทาง"ได้ผ่านร้อน หนาวมา ทำให้ได้ประจักษ์ความจริงอย่างหนึ่ง ก็คือ หากเราไม่สามารถเดินทวนกระแสสังคมที่เราอยู่ในสิ่งที่เรารู้สึกอย่างจริงใจอยู่ภายในว่าไม่ถูกต้อง สักวันหนึ่ง ไม่ช้าก็เร็ว เราก็จะถูก"ดูดกลืน"และ"ยอมรับ"ไปกับสังคมอันจอมปลอมนั้นโดยดุษฎี ด้วยเกียรติยศ เงินทอง ชื่อเสียง ความสำเร็จ และอำนาจ ที่มาล่อลวงเราให้หลงใน"วัตถุ"จนหลงและลืมตัว ดังเช่น ที่เราเห็นได้จากที่"นักกิจกรรม"รุ่นพี่ ๆ หลาย ๆ คนที่มีอุดมการณ์อันแรงกล้าในช่วงเวลาที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยว่าอยากจะเปลี่ยนแปลงสังคมเมื่อได้จบไป แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปี ก็เข้าสู่วงจรชีวิตในวัยทำงาน สร้างฐานะ แต่งงาน มีครอบครัว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยหวังก็พลันมลายหายไปเสมือนหนึ่งว่า ช่วงเวลาแห่งความสุข และสังคม"อุดมคติ"แบบนั้นเราไม่เคยอยู่ร่วม หรือเกิดขึ้นกับเรามาก่อน แต่เป็นสิ่งที่เป็นความจริงอย่างหนึ่งที่ว่า "ความดีย่อมอยู่คู่โลกใบนี้ตลอดไป ไม่ดับสูญ" เมื่อสังคมเข้าสู่ยุคเสื่อมสุด ๆ จากปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากความเจริญของวัตถุความรู้ ที่มุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตัว โดยขาดการตระหนักถึง การศึกษาและปฏิบัติความรู้ด้านจิตใจที่เรียกว่า "จริยธรรม" ทำให้ทุกคนต้องกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ในทุกลำดับชั้นของสังคมที่ทุกอย่างต้องการเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลง "ตัวเรา"ให้เป็นแบบอย่างที่ดีก่อน ไม่ใช่คนอื่น ก่อนที่จะไปสู่สังคมภายนอก เหมือนดั่ง "ส่องทาง" ที่หล่อหลอมเราให้รู้จักคำว่า "รัก(แบบพี่น้อง)" "เข้าใจ(แม้ไม่รับทราบความจริงทุกอย่าง)" "ห่วงใย (ทุกคน แม้คนที่ไม่น่ารัก)" "ให้(โดยไม่หวังผลตอบแทน)อย่างจริงใจ" ""เสียสละ(แม้ทำให้ลำบากขึ้น)" และ "ให้อภัย(เสมอ ไม่จดจำความผิดใด ๆ อีก)" นั่นคือ สังคมแห่งนี้ที่มอบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเราที่พึงจะได้ในชั่วชีวิตของเรา..

alt
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 17 มีนาคม 2010 เวลา 22:04 น.
 
ถ่ายภาพเบื้องต้นกับนายตากล้อง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ตากล้อง   
วันอังคารที่ 16 มีนาคม 2010 เวลา 15:50 น.
alt
 
เกี่ยวกับส่องทาง : ตอนที่ 3 งานคืนสู่เหย้า PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย พี่บรรเทิง   
วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2010 เวลา 15:30 น.

ตอนที่ 3 งานคืนสู่เหย้า

 ความเดิมจากตอนที่แล้ว คือ หนึ่งและสอง ที่จริงได้เคยเขียนไว้ในหนังสือที่ระลึก งานคืนสู่เหย้าครั้งแรกเมื่อประมาณ ๑๙ ปีมาแล้ว โดยแจกให้กับน้องรุ่น ๘ ที่จัดและริเริ่มขึ้นโดยประธานรุ่น ๗ คือ พี่ต้น หรือโต้ง มาถึงตอนนี้ คิดว่า น่าจะเขียนเพิ่มเติมขึ้นอีก เนื่องจากว่า เมื่อเวลาผ่านไป  อะไรก็ตามที่ไม่ได้ บันทึกไว้ก็อาจจะหลงลืม หรือสูญหายไปกับกาลเวลา  จริง แล้วงานคืน สู่เหย้านั้น จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้รุ่นพี่ส่องทางที่หมดวาระการทำงาน หรือกำลังจะจบการศึกษา บ้างก็ได้จบการศึกษาไปแล้ว มีโอกาสได้กลับมา สู่บรรยากาศของครอบครัวส่องทางกันอีกครั้งหนึ่งปีละครั้ง  เพื่อได้มีโอกาสรู้จัก กรรมการชุดปัจจุบันของส่องทาง ฯ รวมทั้งแนะนำกรรมการชุดใหม่ที่จะได้ทำงาน กันในปีการศึกษาหน้า  จำได้ในช่วงปีแรก ของการจัดฯ จะมีการเชิญอาจารย์ที่ ปรึกษาด้านกิจกรรมนักศึกษามาเป็นเกียรติในงานอย่างสม่ำเสมอ อาทิเช่น พี่บัง หรืออาจารย์บัญชา สกุลดี  ซึ่งจะมีการแจกจุลสารส่องทางของปีนั้น   จำนวนสี่ฉบับโปรแกรมสไลด์ การละเล่นต่าง ๆ  และการแสดงของน้อง รวมทั้งตัดเค็ก พิธีบายศรี สู่ขวัญ ในครั้งล่าสุดที่พี่ได้มีโอกาสได้ไป คือ เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน   (๒๙ มกราคม  ๒๕๔๘)  ที่จัดขึ้น โดยคณะกรรมการรุ่น ๒๔ ที่เพิ่งจบรับปริญญาไปเมื่อเดือนก่อน  ก็อยากบอกว่าเป็นงานที่น่าประทับใจ และเห็นว่าเป็นงานที่จัดได้ดีเป็นประเพณี ที่สืบทอดกันมาทุกปี... อยากขอบคุณน้อง ๆ อย่างมากที่จัดงานให้กับพี่ ๆ เป็นสายใยของพี่น้องส่องทางอย่างแท้จริง  ก่อนที่จะมาถึงที่เราว่า เป็นงานสุดยอดของงาน คืนสู่เหย้า นั่นก็คือ งาน Big Surprise

alt

ป.ล. บทความนี้เขียนไว้เมื่อ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๐๐๘

(โปรดติดตามอ่านต่อในตอนที่ ๔....)

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2010 เวลา 14:54 น.
 
"ส่องทาง" จุดเริ่มต้น และแม่แบบทาง"ปฎิบัติ"ของ Communication Arts in ABAC PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Songthang Editor   
วันอังคารที่ 09 มีนาคม 2010 เวลา 23:58 น.

เมื่อเอแบคได้เติบโตมาครบรอบ 40 ปี พร้อมทั้งการจบของบัณฑิต "ส่องทาง" มาร่วม 27 รุ่น ประกอบกับการเปิดตัวของทีวีดาวเทียม "ABAC Channel" ด้วยงบลงทุนกว่า 800 ล้านบาทสำหรับห้องส่ง และเครื่องไม้ เครื่องมือต่าง ๆ ในคณะนิเทศศาสตร์ หรือ School of Communication Arts in ABAC ทำให้อดไม่ได้ที่จะแวะเข้าไปดูว่า ในคณะนี้มีอะไรบ้างที่เป็นสิ่งดึงดูด และน่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการศึกษา"ทฤษฎี"ควบคู่"ปฏิบัติ"ในด้านนี้เพื่อไปใช้ในการประกอบอาชีพหลัก...


แรกเริ่มที่ต้องดู คือ Vision หรือวิสัยทัศน์ของคณะ Albert Laurence School of Communication Arts นี้ มีอยู่ 3 ประการ คือ
1.a community of professionals in the field of communication arts : เป็นชุมชนที่เป็นมืออาชีพด้านการสื่อสาร
2.inspired through the pursuit of learning through service : เป็นจุดริเริ่มในการสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านการเรียนรู้ในการบริการ
3.engaged in the pursuit of excellence : เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องก้บการแสวงหาความเป็นเลิศ

โดยบัณฑิตที่จบในคณะนี้ หลังจากจบแล้ว คาดหวังว่าจะมีคุณสมบัติ Competency ดังนี้
1.creative thinking with high personal integrity : มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ และเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์สูง
2.professionally competent who are also ethically sound and socially responsible : เป็นมืออาชีพที่มีจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม
3.flexible to the changes in the communication industry : มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของแวดวงการสื่อสาร

Mission : เป้าหมายของคณะนี้ คือ การบริการชุมชนด้วยการประยุกต์การสื่อสารอย่างมีหลักจริยธรรม เพื่อสร้างสังคมที่ดีกว่า ผ่านทางข้อมูลสื่อสารต่าง ๆ
(Albert Laurence School of Communication Arts serves the nation and community through the application of communication with emphasis on ethical principles to create a better society through information.

สโลแกน : Slogan : Communication with "Perspectives"

alt
1. Department of Advertising : สาขาวิชาการโฆษณา
สำหรับคนที่สนใจจะเป็น Advertising Account Executive, Advertising Copywriter, Advertising Media Planner, Advertising Strategic Planner, และ Advertising Production Crew เป็นต้น
2. Department of New Media Communication : สาขาวิชาการสื่อสารผ่านสื่อใหม่
เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือ ตลอดจนเทคโนโลยี่ อุปกรณ์เพื่อการสื่อสารที่ทันสมัย เช่น SLR digital camera, digital video camera, non-linear editing station, และ sound lab เป็นต้น สำหรับคนที่สนใจเป็น producers, film directors, production crew, และ web and interactive designers.
3.Department of Performance Communication : สาขาวิชาการสื่อสารการแสดง
สำหรับคนที่รักการสร้างสรรค์การแสดง เพื่อช่วยสร้างสีสันของการสื่อสารในเชิงกลยุทธ์ เป็นผู้โดดเด่นอยู่เบื้องหน้า เช่น นักแสดง พิธีกร DJ, VJ, และผู้ควบคุมการแสดงอยู่เบื้องหลัง เช่น event and fashion organizer, theater producer, script writer, costume and make-up stylist, stage and event production, event coordinator, and performance designers หรือผู้ออกแบบการแสดง.
4. Department of Public Relations : สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์
เป็นผู้ที่รักจะทำการสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับคนกลุ่มต่าง ๆ ประชาสัมพันธ์เพื่อการตลาดและการสร้างภาพลักษณ์องค์กร อาชีพที่จะเป็น คือ นักประชาสัมพันธ์ Public Relations Executive, Media Relations, Government Relations, Customer Relations, Strategic Communication Consultant, Corporate Affairs, Public Affairs, และ Image Consultant เป็นต้น

alt
จะสังเกตได้ว่า ไม่มีสาขาวิชา"สื่อสิ่งพิมพ์ หรือวารสารศาสตร์" เช่นหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสารเลย แต่กลุ่มคนที่รักการเขียนเหล่านั้นเช่น คนที่ทำ AU Press หรือ Songthang กลับถูกจัดให้ไปอยู่ทางด้านภาษาศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ญี่ปุ่นแทน ซึ่งส่วนใหญ่จะไปทำงานเป็นนักเขียน นักแปล อยู่หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ หรือตามบริษัทต่าง ๆ

เกริ่นมาเสียยาวในการแนะนำคณะนิเทศฯ ของเอแบค ขอวกกลับมาสู่หัวข้อหลักของบทความนี้ว่า "ส่องทาง" เป็น"แม่แบบ"อย่างไรบ้าง ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่มี "ปริญญา"หรือนักศ๊กษาจากคณะนิเทศศาสตร์มาร่วมชมรมเลย...

alt
....ดูจากสิ่งพิมพ์ "จุลสารส่องทาง" ที่ออกมาติดต่อกันร่วม 100 กว่าเล่ม
....ดูจากปรัชญา เป้าหมาย สโลแกน และวัตถุประสงค์ของคณะนิเทศศาสตร์ มีความคล้ายคลึง และเหมือนของ "ส่องทาง" ที่เขียนไว้ก่อนหน้านั้นอย่างมาก
....ดูจากภาพถ่าย และวีดีโอ ในกิจกรรมของ "ส่องทาง" ที่มีมากมาย แทบนับไม่ถ้วน
....ดูจากกิจกรรมเพื่อสังคมที่เราได้ทำให้กับ "องค์กรภายนอก" ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา
....ดูจาก เพลง "ส่องทาง" มากกว่า 30 เพลง ที่ถูกแต่งออกมา และยังเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลาย แม้เวลาผ่านไปหลายสิบปี
....ดูจากคุณภาพ ผลงาน และ"ความคิดสร้างสรรค์"ของคน "ส่องทาง" ในแวดวงธุรกิจ โดยเฉพาะเครือข่ายคนของเรามีอยู่ในทุก ๆ วงการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ "สื่อ" อย่างครบวงจร
....ดูจากสื่อ"งานเขียน" "วีดีโอ"การแสดงละครต่าง ๆ ที่มีแพร่หลายมากมายในเวป บล็อคส่วนตัว หรือแม้แต่ในยูทูบของชาวส่องทางหลาย ๆ คน
....ดูจากการแนะนำ และ"สัมภาษณ์" บุคลากรในเอแบคที่เราทำมาตลอดร่วม 30 ปี รวมทั้งดารา นักร้องที่กำลังศึกษาอยู่ในขณะนั้น หรือจบการศึกษาไปแล้ว
.... ฯ ล ฯ
alt
เพียงแต่เราจะย้อนกลับมาหาจุดของ "ตัวเอง" ที่เราแต่ละคนสนใจ มี Passion และอยากทำด้วย"ใจรัก" ไม่ใช่การบังคับด้วยเกรด คะแนน ค่านิยมสังคม หรือเพียงแต่เราจะเริ่มคิดอย่างจริงจังในการต่อยอดพัฒนาความสามารถที่เราได้ทำไว้ตอนทำกิจกรรมกับ "ส่องทาง" มาเป็น "มืออาชีพ" อย่างแท้จริง ไม่ใช่แต่เพียงทำอาชีพที่ตัวเองได้เรียนจบมาเป็นอาชีพหลักแต่เพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ถูกละเลยมาตลอดของ "ส่องทาง" ที่ดูเหมือนจะเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมอย่าง "จุลสารส่องทาง" แม้ว่าจะดูเหมือนถูกพัฒนาขึ้นมากมายในแง่รูปเล่ม เนื้อหา แต่ขาดการพัฒนาบุคลากรเพื่อต่อยอด และสืบทอดเจตนารมณ์ให้สิ่งพิมพ์นี้อยู่คู่เอแบคตลอดไป คงเป็นเพราะทัศนคติของพี่รุ่นก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะฝ่ายบริหารเองก็ดี ฝ่ายสิ่งพิมพ์จุลสารเองก็ดี เป็นเพียงแค่ทีมงานที่มาร่วมกันทำกันแค่"ปีเดียว" และไม่มีเวทีสำหรับต่อยอดประสบการณ์ที่มีอยู่ในโลกธุรกิจด้านนี้จริง ๆ หรือแม้แต่ในระบบขั้นการให้คำแนะนำที่เรียกว่า โอเว่อร์เองก็ดี แอ๊ดไวเซอร์เองก็ดี ก็เป็นอุปสรรคทำให้พี่ ๆ น้อง ๆ มาสร้างสัมพันธ์ สนุกสนานกันเพียงอย่างเดียว แต่ขาดการลงลึกในรายละเอียดของเนื้องานของสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ ไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ เมื่อมาถึงกระแสที่เปลี่ยนไปของสังคมภายนอกที่ต้องบังคับให้เราต้องปรับตัวผ่านทางนโยบายของมหาวิทยาลัยที่จะให้ขยายรูปเล่มเป็น "นิตยสาร" ทำให้เรื่องทุน กลับกลายมาเป็นปัญหาหลักอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เราไม่สามารถก้าวต่อไปอย่างเจตนารมณ์ตามวัตถุประสงค์เดิมข้อแรกที่ได้วางไว้เมื่อตั้งหน่วยงานส่องทางขึ้นมา ดูเหมือนว่าเรากำลังมาถึงทางแยกที่จะต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อไปในอนาคตว่า จะกลับไปทำและพัฒนาสื่อเดิม เช่น จุลสาร เป็นนิตยสาร หรือเน้นไปยัง "สื่อใหม่" ทางด้านการใช้อุปกรณ์ทางการสื่อสารใหม่ ๆ ที่ทันสมัย หรือแม้แต่ด้านการสื่อสารการแสดงก็ดี ประชาสัมพันธ์ก็ดี ก็เป็นสิ่งที่ท้าทาย น่าเรียนรู้ แต่เราอาจจะไม่สามารถหวนกลับไปในจุดเดิมที่เป็นอยู่ในฐานะ "นักข่าว"ในสื่อสิ่งพิมพ์อีกก็เป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้งนี้ให้เรามาระดมสมอง ร่วมแสดงความคิดเห็นกันในวันประชุมใหญ๋เรื่อง นโยบาย และแนวทางการดำเนินการต่อไปของส่องทางในเย็นวันนี้โดยพร้อมเพรียงกันครับ

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 17 มีนาคม 2010 เวลา 23:52 น.
 
10 วิธีสร้างสรรค์ชุมชนออนไลน์เข้มแข็ง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย IT Pro   
วันพุธที่ 03 มีนาคม 2010 เวลา 10:02 น.
1. ทำตัวให้น่าจดจำ
วิธีที่ดูเหมือนง่ายแต่ทำยากก็คือ "สร้างความแตกต่าง" โดยลองสร้างงานที่ไม่เป็นไปตามครรลองที่คนเขาทำกัน ที่เรียกว่า "นอกกรอบ"นั่นแหละ แต่อย่าให้มันมากเกินไปจน"ล้น"แล้วกัน บางครั้งการทำให้คนจดจำ ก็ต้องเล่นกับประเด็นให้ถูกที่ถูกเวลา หรืออาจจะทำอะไรแปลก ๆ แบบมีอารมณ์ชันในสถานที่ที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าทำ แต่ต้องทำให้ดูน่ารักสร้างสรรค์ ไม่ใช่ชวนให้สังคมรังเกียจ ที่สำคัญ คือต้องต่างจากงานอื่น ๆ และหาช่องทางนำเสนอที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด แม้จะเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่ถ้างานจิ๊ดจ๊าดโดนใจ พวกเขาก็อาจกลายมาเป็นแฟนคลับพันธ์แท้ของคุณเองก็ได้

2. สร้างโอกาสการมีส่วนร่วม
อย่าให้ผู้ชมของคุณอยู่เฉย ๆ ควรเปิดโอกาสให้เขาแสดงความเห็น และทำงานไปพร้อม ๆ กับคุณ ผู้ชมก็เหมือนกระจกสะท้อนว่าสิ่งที่คุณทำนั้นตรงกับความสนใจของพวกเขาหรือไม่ และยิ่งคุณกับแฟน ๆ มีการแลกเปลี่ยนกันมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเพิ่มความใกล้ชิดสนิทสนมจนอาจกลายเป็นเพื่อนซี้กันไปเลยก็ได้

3. เข้าใจอำนาจแห่งการสื่อสารที่รวดเร็ว
แม้กลุ่มเป้าหมายจะจำทั้งตัวคุณ และเว๊ปไซด์ ก็ยังไม่แน่เสมอไปว่า เขาจะคอยตามงานของคุณหรือเปล่า ทางที่ดีควรมีอีเมล์ของพวกเขา ไว้เพื่อติดต่อรายงานความคืบหน้า เกี่ยวกับงานใหม่ของคุณอย่างสม่ำเสมอ และต้องหมั่นอัฟเดททั้งเวป/บล็อกอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยอย่าลืมแนบ url ไปด้วย เพื่อให้สมาชิกเข้าถึงเวปคุณได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนั้นคุณสามารถเก็บสถิตืการเข้าชมเวป/บล็อค โดยการใช้โปรแกรมฟรี ยกตัวอย่างเช่น Google Analytics ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่า ผู้ชมมาจากไหนกันบ้าง เพื่อใช้เป็นข้อมูชมาปรับใช้ต่อไป

4. อย่าอายที่จะรับคำวิจารณ์
คำวิจารณ์สั้น ๆ อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับคุณได้ ลองส่งผลงานใหม่ให้กับคนที่คุณเชื่อถือ หรือเหล่าบล็อคเกอร์ที่ชอบเข้ามาคอมเม้นท์ ซึ่งเราสามารถขอคำวิจารณ์ในเรื่องที่เราต้องการแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข หรือจะนำไปเป็นคำนิยมตอนแสดงงานก็ได้

5. เลือกสื่อกลางการนำเสนอที่เหมาะสม
คนทำสื่อออนไลน์ควรมีเว๊ปไซด์ที่มีชื่อของตัวเอง เพื่อให้คนจำง่าย และควบคุมจัดการได้สะดวก แต่ถ้าใครไม่อยากเสียเงินค่าโดเมนเนม ก็สามารถตั้งชื่อของตัวเองบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ส่วนใครที่อยากได้เครือข่ายแบบครอบุคลุม แนะนำให้ใช้แบบที่เหมาะสมกับงานก่อน เมื่อมีผู้สนใจติดตามจำนวนหนึ่ง แล้วค่อยขยายวงกว้างทีหลัง เพื่อป้องกันการสับสน
alt
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 04 มีนาคม 2010 เวลา 08:23 น.
 
ABAC Channel สื่อใหม่ในรูปแบบทีวีดาวเทียมที่น่าติดตาม.. PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย PR Songthang   
วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 11:08 น.
alt

"กระแสนิวมีเดีย"ในรอบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสื่อดิจิตอลในส่วน "ทีวีดาวเทียม" ดูเหมือนกำลังจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง และได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างยิ่ง เหตุผลสำคัญเป็นเพราะว่า...
1.ลงทุนต่ำกว่าฟรีทีวี
2.โฆษณาได้ชั่วโมงละ 10 นาที
3.ไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือน
4.ยังไม่มีกฎหมายควบคุม
5.คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการคมนาคมแห่งชาติ(กสกช.)ยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง
จากเหตุผลข้างต้น ทำให้ ณ เวลานี้ จึงมีผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายเล็ก ไม่เว้นแม้เอแบค ต่างโดดเข้ามาจับจองสื่อใหม่ซึ่งเข้ากับยุคสมัยไฮเทคที่สามารถเข้าถึงครัวเรือนกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง.. ด้วยเหตุที่ "ร่างพรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ..." กำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา ตรงนี้เอง จึงกล่าวได้ว่าเป็น "สูญญากาศ" ทางการตลาด และเป็น"โอกาสทางธุรกิจ" ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจใช้เป็นช่องทางการ "สื่อสาร" ไปยังผู้บริโภคถึงบ้าน โดย "เนื้อหา" รายการไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจาก กบว. แต่อย่างใด!!

alt
alt
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม 2010 เวลา 00:03 น.
 
ความจริง ก็คือ... PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย เชธ กอแดง   
วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 10:57 น.

หนึ่งร้อยปีของประวัติศาสตร์ประเทศเรา
เป็นเรื่องราวของผู้สร้างฟาร์มที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และใหญ่โตที่สุด

และหนึ่งร้อยปีที่สอง
เรามุ่งเน้นแข่งขันกันสร้างโรงงาน

ขอต้อนรับ...
พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย สู่หนึ่งร้อยปีที่สาม
100 ปีที่สามนี้ เป็นเรื่องราวของ"ความคิด"
alt Seth Godin
ณ. ที่นี้คือ
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 10:49 น.
 
Books recommended by our VIP Like.. PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย The Writer   
วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 00:50 น.
alt
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 12:24 น.
 
ทราบไหมว่าเอแบคมีมหาลัยในเครือข่ายต่างประเทศที่ใดบ้าง? PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Songthang PR   
วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 10:37 น.
alt
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 13:02 น.
 
«เริ่มแรกย้อนกลับ123ถัดไปสุดท้าย»

หน้า 1 จาก 3
 

Shout Box

Latest Message: 1 week ago
  • Sanchai_com8 : download ได้แล้วครับ ขอบคุณครับ
  • Hax0r : พี่ชัยเช็คหลังไมค์หน่อยครับ
  • Sanchai_com8 : ขอบคุณน้องอัพ สำหรับ clip video. ว่าแต่ว่าจะ save ไว้ใน computer ยังไง
  • Hax0r : นำ clip ขึ้นให้แล้วนะครับพี่ชัย ลองดูลิงค์ "ส่องทาง on Youtube" ได้ครับ คลิปที่ 5 ครับ
  • Hax0r : ถึงน้องจ๊อยซ์ (คอมอะไรไม่แน่ใจ) ลงปฏิทินค่ายให้แล้วนะครับ คราวหน้าลงเองได้เลยนะครับ
  • Hax0r : สวัสดีครับพี่ยิ้ง
  • Ying_Com9 : สวัสดีพี่ ๆ น้อง ๆ ครับ ยิ้ง คอม 9 ครับ
  • Hax0r : อ๋อ ยังมีอยู่ครับ เดี๋ยวเอามาแปะลงให้นะครับ
  • Sanchai_com8 : อันนี้ พี่อั๋น7 หรือ พี่หมู น่าจะมี เป็นvideo แปะที่ web เก่า เหมือนงานรับน้อง อยู่บนรถ bus ได้เอาไปเปิดในงาน big surprised
  • Hax0r : หมายถึง clip อะไรเหรอครับพี่ชัย มี back up เว็บเดิมเก็บไว้อยู่ครับ
  • Invictus-Sep : น้องๆขอบคุณค่ะ พี่บันเทิง
  • wlcinter : Take care. Good luck in exam!
  • Invictus-Sep : We are also in exam period that why quite fade away :D
  • Invictus-Sep : Brisbane time is +3 hrs ka'
  • Sanchai_com8 : น้องอัพ ใน web songthang เก่า จำได้ว่ามี Clip อยู่ ไม่รู้ยังอยู่หรือเปล่า
  • wlcinter : ยังไม่นอนอีกน้องชม นอนดึกมาก เวลากี่โมงแล้วที่บริสเบน
  • Invictus-Sep : halo halo
  • not-me-nikki : haallo
  • Invictus-Sep : James Cook University Brisbane kaaa
  • not-me-nikki : they are in Brisbane,QLD

Only registered users are allowed to post

Copyright © 2010 Songthang.com | For Wider Perception. All Rights Reserved.
ping test