|
นิทรรศการ 'ตำนานหนังสือพิมพ์ไทย' ครั้งแรกของวงการ |
|
|
|
|
เขียนโดย นักข่าวหัวเห็ด
|
|
วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2010 เวลา 06:45 น. |
งานนิทรรศการ “ตำนานหนังสือพิมพ์ไทย มหกรรมเชิดชูเกียรติคนหนังสือพิมพ์” ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย กระทรวงไอซีที บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บ.กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บ.ไปรษณีย์ไทย จำกัด สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) และศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ 9-16 มี.ค.นี้ โดยในงานได้นำหนังสือพิมพ์ฉบับ แรกของไทยมาแสดงให้กับประชาชนชมเพื่อให้ทราบถึงวิวัฒนาการของหนังสือพิมพ์ไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของวงการสื่อมวลชนไทย และวงการหนังสือพิมพ์ไทย เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคลครบรอบ 60 ปีพระบรมราชาภิเษก
มีการแจกรางวัล “ราชาหนังสือพิมพ์ไทย” และรางวัลนักหนังสือพิมพ์ดีเด่นในงานด้วย หนังสือพิมพ์เป็นสื่อที่มีประวัติยาวนานที่สุด ตั้งแต่มีหนังสือพิมพ์ ฉบับแรกจนถึงปัจจุบันก็กว่า 100 ปี แล้ว โดยหนังสือพิมพ์ได้ต่อสู้กับสิ่งต่าง ๆ มา มากมาย แต่ปัจจุบันสื่อต้องต่อสู้กันเอง ท่ามกลางเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยหนังสือพิมพ์ต้องปรับตัวและต้องรักษาเอกลักษณ์ของตนเองไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หนังสือพิมพ์ยึดมั่นมาตลอดคือ ต้องทำงานหนักเพื่อตอบสนองต่อสภาพสังคมที่หลากหลาย เนื่องจากเป็นสื่อที่ได้รับการคาดหวังจากสังคม
ในการจัดนิทรรศการครั้งนี้จะส่งเสริม ให้สังคมให้ความสำคัญกับหนังสือพิมพ์มากขึ้น และหวังว่าการมอบรางวัลครั้งนี้จะสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ประกอบวิชาชีพ และรัฐบาลยินดีสนับสนุนสื่อให้มีการทำงานที่อิสระเพื่อ
ประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น
ในลักษณะของหน้าที่ 5 ประการของหนังสือพิมพ์ ตามนิยามของนายแสง เหตระกูล เดลินิวส์ คือ
1.เป็นผู้เรียกร้องความเป็นธรรม,
2.เป็นผู้ตำหนิสิ่งที่ไม่ถูกต้อง,
3.เป็นผู้ท้วงติงด้วยความหวังดี,
4.เป็นผู้นำสร้างตัวอย่างที่ดีแก่สังคม และ
5.เป็นผู้คอยปกปัองรักษาผลประโยชน์ของคนในชาติ
หมายเหตุ : ลงข่าวนี้ไว้เผื่อใครสนใจไปดู พร้อมกับการไว้อาลัยให้กัน "หนังสือพิมพ์ส่องทาง" และ"หนังสือพิมพ์นางนวล"ที่ถูกปิดไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน และไม่ได้ถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของเอแบค |
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2010 เวลา 07:18 น. |
|
"ส่องทาง" จุดเริ่มต้น และแม่แบบทาง"ปฎิบัติ"ของ Communication Arts in ABAC |
|
|
|
|
เขียนโดย Songthang Editor
|
|
วันอังคารที่ 09 มีนาคม 2010 เวลา 23:58 น. |
เมื่อเอแบคได้เติบโตมาครบรอบ 40 ปี พร้อมทั้งการจบของบัณฑิต "ส่องทาง" มาร่วม 27 รุ่น ประกอบกับการเปิดตัวของทีวีดาวเทียม "ABAC Channel" ด้วยงบลงทุนกว่า 800 ล้านบาทสำหรับห้องส่ง และเครื่องไม้ เครื่องมือต่าง ๆ ในคณะนิเทศศาสตร์ หรือ School of Communication Arts in ABAC ทำให้อดไม่ได้ที่จะแวะเข้าไปดูว่า ในคณะนี้มีอะไรบ้างที่เป็นสิ่งดึงดูด และน่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการศึกษา"ทฤษฎี"ควบคู่"ปฏิบัติ"ในด้านนี้เพื่อไปใช้ในการประกอบอาชีพหลัก...
แรกเริ่มที่ต้องดู คือ Vision หรือวิสัยทัศน์ของคณะ Albert Laurence School of Communication Arts นี้ มีอยู่ 3 ประการ คือ
1.a community of professionals in the field of communication arts : เป็นชุมชนที่เป็นมืออาชีพด้านการสื่อสาร
2.inspired through the pursuit of learning through service : เป็นจุดริเริ่มในการสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านการเรียนรู้ในการบริการ
3.engaged in the pursuit of excellence : เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องก้บการแสวงหาความเป็นเลิศ
โดยบัณฑิตที่จบในคณะนี้ หลังจากจบแล้ว คาดหวังว่าจะมีคุณสมบัติ Competency ดังนี้
1.creative thinking with high personal integrity : มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ และเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์สูง
2.professionally competent who are also ethically sound and socially responsible : เป็นมืออาชีพที่มีจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม
3.flexible to the changes in the communication industry : มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของแวดวงการสื่อสาร
Mission : เป้าหมายของคณะนี้ คือ การบริการชุมชนด้วยการประยุกต์การสื่อสารอย่างมีหลักจริยธรรม เพื่อสร้างสังคมที่ดีกว่า ผ่านทางข้อมูลสื่อสารต่าง ๆ
(Albert Laurence School of Communication Arts serves the nation and community through the application of communication with emphasis on ethical principles to create a better society through information.
สโลแกน : Slogan : Communication with "Perspectives"
1. Department of Advertising : สาขาวิชาการโฆษณา
สำหรับคนที่สนใจจะเป็น Advertising Account Executive, Advertising Copywriter, Advertising Media Planner, Advertising Strategic Planner, และ Advertising Production Crew เป็นต้น
2. Department of New Media Communication : สาขาวิชาการสื่อสารผ่านสื่อใหม่
เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือ ตลอดจนเทคโนโลยี่ อุปกรณ์เพื่อการสื่อสารที่ทันสมัย เช่น SLR digital camera, digital video camera, non-linear editing station, และ sound lab เป็นต้น สำหรับคนที่สนใจเป็น producers, film directors, production crew, และ web and interactive designers.
3.Department of Performance Communication : สาขาวิชาการสื่อสารการแสดง
สำหรับคนที่รักการสร้างสรรค์การแสดง เพื่อช่วยสร้างสีสันของการสื่อสารในเชิงกลยุทธ์ เป็นผู้โดดเด่นอยู่เบื้องหน้า เช่น นักแสดง พิธีกร DJ, VJ, และผู้ควบคุมการแสดงอยู่เบื้องหลัง เช่น event and fashion organizer, theater producer, script writer, costume and make-up stylist, stage and event production, event coordinator, and performance designers หรือผู้ออกแบบการแสดง.
4. Department of Public Relations : สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์
เป็นผู้ที่รักจะทำการสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับคนกลุ่มต่าง ๆ ประชาสัมพันธ์เพื่อการตลาดและการสร้างภาพลักษณ์องค์กร อาชีพที่จะเป็น คือ นักประชาสัมพันธ์ Public Relations Executive, Media Relations, Government Relations, Customer Relations, Strategic Communication Consultant, Corporate Affairs, Public Affairs, และ Image Consultant เป็นต้น
จะสังเกตได้ว่า ไม่มีสาขาวิชา"สื่อสิ่งพิมพ์ หรือวารสารศาสตร์" เช่นหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสารเลย แต่กลุ่มคนที่รักการเขียนเหล่านั้นเช่น คนที่ทำ AU Press หรือ Songthang กลับถูกจัดให้ไปอยู่ทางด้านภาษาศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ญี่ปุ่นแทน ซึ่งส่วนใหญ่จะไปทำงานเป็นนักเขียน นักแปล อยู่หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ หรือตามบริษัทต่าง ๆ

เกริ่นมาเสียยาวในการแนะนำคณะนิเทศฯ ของเอแบค ขอวกกลับมาสู่หัวข้อหลักของบทความนี้ว่า "ส่องทาง" เป็น"แม่แบบ"อย่างไรบ้าง ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่มี "ปริญญา"หรือนักศ๊กษาจากคณะนิเทศศาสตร์มาร่วมชมรมเลย...
....ดูจากสิ่งพิมพ์ "จุลสารส่องทาง" ที่ออกมาติดต่อกันร่วม 100 กว่าเล่ม
....ดูจากปรัชญา เป้าหมาย สโลแกน และวัตถุประสงค์ของคณะนิเทศศาสตร์ มีความคล้ายคลึง และเหมือนของ "ส่องทาง" ที่เขียนไว้ก่อนหน้านั้นอย่างมาก
....ดูจากภาพถ่าย และวีดีโอ ในกิจกรรมของ "ส่องทาง" ที่มีมากมาย แทบนับไม่ถ้วน
....ดูจากกิจกรรมเพื่อสังคมที่เราได้ทำให้กับ "องค์กรภายนอก" ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา
....ดูจาก เพลง "ส่องทาง" มากกว่า 30 เพลง ที่ถูกแต่งออกมา และยังเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลาย แม้เวลาผ่านไปหลายสิบปี
....ดูจากคุณภาพ ผลงาน และ"ความคิดสร้างสรรค์"ของคน "ส่องทาง" ในแวดวงธุรกิจ โดยเฉพาะเครือข่ายคนของเรามีอยู่ในทุก ๆ วงการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ "สื่อ" อย่างครบวงจร
....ดูจากสื่อ"งานเขียน" "วีดีโอ"การแสดงละครต่าง ๆ ที่มีแพร่หลายมากมายในเวป บล็อคส่วนตัว หรือแม้แต่ในยูทูบของชาวส่องทางหลาย ๆ คน
....ดูจากการแนะนำ และ"สัมภาษณ์" บุคลากรในเอแบคที่เราทำมาตลอดร่วม 30 ปี รวมทั้งดารา นักร้องที่กำลังศึกษาอยู่ในขณะนั้น หรือจบการศึกษาไปแล้ว
.... ฯ ล ฯ
เพียงแต่เราจะย้อนกลับมาหาจุดของ "ตัวเอง" ที่เราแต่ละคนสนใจ มี Passion และอยากทำด้วย"ใจรัก" ไม่ใช่การบังคับด้วยเกรด คะแนน ค่านิยมสังคม หรือเพียงแต่เราจะเริ่มคิดอย่างจริงจังในการต่อยอดพัฒนาความสามารถที่เราได้ทำไว้ตอนทำกิจกรรมกับ "ส่องทาง" มาเป็น "มืออาชีพ" อย่างแท้จริง ไม่ใช่แต่เพียงทำอาชีพที่ตัวเองได้เรียนจบมาเป็นอาชีพหลักแต่เพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ถูกละเลยมาตลอดของ "ส่องทาง" ที่ดูเหมือนจะเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมอย่าง "จุลสารส่องทาง" แม้ว่าจะดูเหมือนถูกพัฒนาขึ้นมากมายในแง่รูปเล่ม เนื้อหา แต่ขาดการพัฒนาบุคลากรเพื่อต่อยอด และสืบทอดเจตนารมณ์ให้สิ่งพิมพ์นี้อยู่คู่เอแบคตลอดไป คงเป็นเพราะทัศนคติของพี่รุ่นก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะฝ่ายบริหารเองก็ดี ฝ่ายสิ่งพิมพ์จุลสารเองก็ดี เป็นเพียงแค่ทีมงานที่มาร่วมกันทำกันแค่"ปีเดียว" และไม่มีเวทีสำหรับต่อยอดประสบการณ์ที่มีอยู่ในโลกธุรกิจด้านนี้จริง ๆ หรือแม้แต่ในระบบขั้นการให้คำแนะนำที่เรียกว่า โอเว่อร์เองก็ดี แอ๊ดไวเซอร์เองก็ดี ก็เป็นอุปสรรคทำให้พี่ ๆ น้อง ๆ มาสร้างสัมพันธ์ สนุกสนานกันเพียงอย่างเดียว แต่ขาดการลงลึกในรายละเอียดของเนื้องานของสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ ไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ เมื่อมาถึงกระแสที่เปลี่ยนไปของสังคมภายนอกที่ต้องบังคับให้เราต้องปรับตัวผ่านทางนโยบายของมหาวิทยาลัยที่จะให้ขยายรูปเล่มเป็น "นิตยสาร" ทำให้เรื่องทุน กลับกลายมาเป็นปัญหาหลักอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เราไม่สามารถก้าวต่อไปอย่างเจตนารมณ์ตามวัตถุประสงค์เดิมข้อแรกที่ได้วางไว้เมื่อตั้งหน่วยงานส่องทางขึ้นมา ดูเหมือนว่าเรากำลังมาถึงทางแยกที่จะต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อไปในอนาคตว่า จะกลับไปทำและพัฒนาสื่อเดิม เช่น จุลสาร เป็นนิตยสาร หรือเน้นไปยัง "สื่อใหม่" ทางด้านการใช้อุปกรณ์ทางการสื่อสารใหม่ ๆ ที่ทันสมัย หรือแม้แต่ด้านการสื่อสารการแสดงก็ดี ประชาสัมพันธ์ก็ดี ก็เป็นสิ่งที่ท้าทาย น่าเรียนรู้ แต่เราอาจจะไม่สามารถหวนกลับไปในจุดเดิมที่เป็นอยู่ในฐานะ "นักข่าว"ในสื่อสิ่งพิมพ์อีกก็เป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้งนี้ให้เรามาระดมสมอง ร่วมแสดงความคิดเห็นกันในวันประชุมใหญ๋เรื่อง นโยบาย และแนวทางการดำเนินการต่อไปของส่องทางในเย็นวันนี้โดยพร้อมเพรียงกันครับ
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2010 เวลา 05:55 น. |
|
10 วิธีสร้างสรรค์ชุมชนออนไลน์เข้มแข็ง |
|
|
|
|
เขียนโดย IT Pro
|
|
วันพุธที่ 03 มีนาคม 2010 เวลา 10:02 น. |
1. ทำตัวให้น่าจดจำ
วิธีที่ดูเหมือนง่ายแต่ทำยากก็คือ "สร้างความแตกต่าง" โดยลองสร้างงานที่ไม่เป็นไปตามครรลองที่คนเขาทำกัน ที่เรียกว่า "นอกกรอบ"นั่นแหละ แต่อย่าให้มันมากเกินไปจน"ล้น"แล้วกัน บางครั้งการทำให้คนจดจำ ก็ต้องเล่นกับประเด็นให้ถูกที่ถูกเวลา หรืออาจจะทำอะไรแปลก ๆ แบบมีอารมณ์ชันในสถานที่ที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าทำ แต่ต้องทำให้ดูน่ารักสร้างสรรค์ ไม่ใช่ชวนให้สังคมรังเกียจ ที่สำคัญ คือต้องต่างจากงานอื่น ๆ และหาช่องทางนำเสนอที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด แม้จะเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่ถ้างานจิ๊ดจ๊าดโดนใจ พวกเขาก็อาจกลายมาเป็นแฟนคลับพันธ์แท้ของคุณเองก็ได้
2. สร้างโอกาสการมีส่วนร่วม
อย่าให้ผู้ชมของคุณอยู่เฉย ๆ ควรเปิดโอกาสให้เขาแสดงความเห็น และทำงานไปพร้อม ๆ กับคุณ ผู้ชมก็เหมือนกระจกสะท้อนว่าสิ่งที่คุณทำนั้นตรงกับความสนใจของพวกเขาหรือไม่ และยิ่งคุณกับแฟน ๆ มีการแลกเปลี่ยนกันมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเพิ่มความใกล้ชิดสนิทสนมจนอาจกลายเป็นเพื่อนซี้กันไปเลยก็ได้
3. เข้าใจอำนาจแห่งการสื่อสารที่รวดเร็ว
แม้กลุ่มเป้าหมายจะจำทั้งตัวคุณ และเว๊ปไซด์ ก็ยังไม่แน่เสมอไปว่า เขาจะคอยตามงานของคุณหรือเปล่า ทางที่ดีควรมีอีเมล์ของพวกเขา ไว้เพื่อติดต่อรายงานความคืบหน้า เกี่ยวกับงานใหม่ของคุณอย่างสม่ำเสมอ และต้องหมั่นอัฟเดททั้งเวป/บล็อกอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยอย่าลืมแนบ url ไปด้วย เพื่อให้สมาชิกเข้าถึงเวปคุณได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนั้นคุณสามารถเก็บสถิตืการเข้าชมเวป/บล็อค โดยการใช้โปรแกรมฟรี ยกตัวอย่างเช่น Google Analytics ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่า ผู้ชมมาจากไหนกันบ้าง เพื่อใช้เป็นข้อมูชมาปรับใช้ต่อไป
4. อย่าอายที่จะรับคำวิจารณ์
คำวิจารณ์สั้น ๆ อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับคุณได้ ลองส่งผลงานใหม่ให้กับคนที่คุณเชื่อถือ หรือเหล่าบล็อคเกอร์ที่ชอบเข้ามาคอมเม้นท์ ซึ่งเราสามารถขอคำวิจารณ์ในเรื่องที่เราต้องการแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข หรือจะนำไปเป็นคำนิยมตอนแสดงงานก็ได้
5. เลือกสื่อกลางการนำเสนอที่เหมาะสม
คนทำสื่อออนไลน์ควรมีเว๊ปไซด์ที่มีชื่อของตัวเอง เพื่อให้คนจำง่าย และควบคุมจัดการได้สะดวก แต่ถ้าใครไม่อยากเสียเงินค่าโดเมนเนม ก็สามารถตั้งชื่อของตัวเองบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ส่วนใครที่อยากได้เครือข่ายแบบครอบุคลุม แนะนำให้ใช้แบบที่เหมาะสมกับงานก่อน เมื่อมีผู้สนใจติดตามจำนวนหนึ่ง แล้วค่อยขยายวงกว้างทีหลัง เพื่อป้องกันการสับสน
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 04 มีนาคม 2010 เวลา 08:23 น. |
|
WebPresso หัวข้อ "เทคนิคหางานและหาคนทำงานในสาย IT". |
|
|
|
|
เขียนโดย นักข่าวหัวเห็ด
|
|
วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 12:58 น. |
ขอเชิญชวนเข้าร่วมงาน WebPresso(จิบกาแฟคนทำเว็บ)หัวข้อ "เทคนิคหางานและหาคนทำงานในสาย IT"
ปัจจุบันสายงานด้านไอที เป็นอีกหนึ่งสายงานหนึ่งที่กำลังเติบโตไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยี แต่สายงานไอทีก็เป็นอีกหนึ่งสายงานที่มีการคัดเลือกบุคลากรได้แปลกและพิเศษไม่เหมือนสายงานอื่นเช่นกัน ทางฝั่งผู้ประกอบการก็อยากได้ คนเก่งๆมาทำงานด้วย ทางฝั่งผู้สมัครงานก็อยากได้งานที่ตอบโจทย์กับความสามารถของตัวเอง
ในงานนี้..ทั้งเจ้าของกิจการ , ผู้ที่กำลังหางานด้านไอที รวมถึงนักศึกษาที่กำลังอยากจะฝึกงานในสายงานด้านไอที จะได้พบกับวิทยากรจากหลากหลายวงการไอที เพื่อที่จะแนะแนว การคัดเลือกบุคลากร อัตราค่าจ้างของแต่ละสายงานที่เหมาะสม วิธีการมองหาบุคลากรที่ตรงกับความ ต้องการของเรา รวมไปถึง..เทคนิคการเขียน Resume , การนำเสนอตัวเองตอนสัมภาษณ์ และปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย เพื่อที่ทั้ง เจ้าของกิจการ และ ผู้ที่กำลังหางาน จะได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย
จึงขอเรียนเชิญคุณมารับความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ หางาน หรือ หาคนทำงานได้ กับงานเสวนา WebPresso(จิบกาแฟคนทำเว็บ) หัวข้อ "เทคนิคหางานและหาคนทำงานในสาย IT" ซึ่งมีวิทยากรดังนี้
คุณ สมยศ อุดมนิโลบล
ตำแหน่ง Channel Manager บริษัท 3Com ประเทศไทย จำกัด
คุณกล้า ตั้งสุวรรณ
หัวหน้าฝ่ายการตลาด บ. โธธ มีเดีย จำกัด / ผู้ก่อตั้ง, พิธีกร รายการ duocore.tv และสื่อออนไลน์อื่นๆอีกมากมาย
บริษัทบริหารทรัพยากรบุคคล
บริษัท Adecco Consulting
(วิทยากรจะมีมาเพิ่มอีก)
งานนี้จะเหมาะมากสำหรับ เจ้าของกิจการที่อยากจะได้บุคลากรสายไอทีมาทำงาน และ ผู้ที่อยากทำงานสายไอที เราจะเปิดโอกาสให้ ทั้งเจ้าของกิจการและผู้ที่อยากได้งาน มาพบปะกันเพื่อจะได้ทำความรู้จักขั้นต้น เผื่อใช้ในการสัมภาษณ์งานจริงด้วย และสำหรับน้องๆนักศึกษา ที่อยากทำงานในสายงานไอทีสามารถเตรียม Resume มาด้วย เพื่อให้วิทยากรช่วยให้ความเห็นเพิ่มเติม หรือ ส่ง Resume ได้เลย
วันและเวลา:
วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00 - 17.00 น.
รูปแบบการจัดงาน:
- เฉพาะ"สมาชิก"สมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเท่านั้น
สมัครสมาชิกองค์กรปีละ 3,500 บาท สมาชิกบุคคลเพียงปีละ 200 บาท
สามารถร่วมงานจิบกาแฟคนทำเว็บได้ฟรีตลอดปี และรับสิทธิประโยชน์อื่นๆ มากมาย
- งานนี้ หากคุณเป็นนิสิต/นักศึกษา เพียงยื่นบัตรนักศึกษา เข้าฟรี !!!
สิทธิ์ในการเข้าร่วมงานจิบกาแฟคนทำเว็บฟรีทุกเดือน
สิทธิ์ในการรับโควต้าเข้าร่วมงานสัมมนาทางไอทีที่จัดโดยพันธมิตรของสมาคมฯ เช่น WordCamp Bangkok
รับส่วนลดสำหรับเข้าร่วมงานสัมมนาทางไอทีที่จัดโดยพันธมิตรของสมาคมฯ เช่น REMIX
สิทธิ์ในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารถึงสมาชิกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย
พิเศษสุด! รับความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนผลักดันวงการเว็บไทยให้ก้าวหน้าต่อไป
ศึกษารายละเอียดการสมัครสมาชิก สามารถสมัครสมาชิกไว้ก่อนหรือสมัครที่หน้างานเลยก็ได้
สถานที่:
ศูนย์การเรียนรู้เพื่อผู้ประกอบการ SMEs ธนาคารกสิกรไทย จามจุรีสแควร์ ชั้น 2
 รูปงานสัมมนาครั้งล่าสุดที่เดียวกัน
วันนี้รู้จักกับ คุณสมยศ และพิธีกรคุณศุภเดช เป็น"ศิษย์เก่าเอแบค" ไว้จะเขียนสิ่งที่ได้รับจากงานวันนี้ให้อ่านครับ น่าสนใจมาก ๆ
................................................................................
บทเรียนที่ได้จากการสัมมนา
กำลังพิมพ์เพิ่มเติม |
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 07 มีนาคม 2010 เวลา 11:15 น. |
|
ABAC Channel สื่อใหม่ในรูปแบบทีวีดาวเทียมที่น่าติดตาม.. |
|
|
|
|
เขียนโดย PR Songthang
|
|
วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 11:08 น. |
"กระแสนิวมีเดีย"ในรอบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสื่อดิจิตอลในส่วน "ทีวีดาวเทียม" ดูเหมือนกำลังจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง และได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างยิ่ง เหตุผลสำคัญเป็นเพราะว่า...
1.ลงทุนต่ำกว่าฟรีทีวี
2.โฆษณาได้ชั่วโมงละ 10 นาที
3.ไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือน
4.ยังไม่มีกฎหมายควบคุม
5.คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการคมนาคมแห่งชาติ(กสกช.)ยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง
จากเหตุผลข้างต้น ทำให้ ณ เวลานี้ จึงมีผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายเล็ก ไม่เว้นแม้เอแบค ต่างโดดเข้ามาจับจองสื่อใหม่ซึ่งเข้ากับยุคสมัยไฮเทคที่สามารถเข้าถึงครัวเรือนกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง.. ด้วยเหตุที่ "ร่างพรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ..." กำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา ตรงนี้เอง จึงกล่าวได้ว่าเป็น "สูญญากาศ" ทางการตลาด และเป็น"โอกาสทางธุรกิจ" ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจใช้เป็นช่องทางการ "สื่อสาร" ไปยังผู้บริโภคถึงบ้าน โดย "เนื้อหา" รายการไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจาก กบว. แต่อย่างใด!!
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 09 มีนาคม 2010 เวลา 19:44 น. |
|
|
|
|
|
|
|
หน้า 1 จาก 3 |